พิมพ์คำ, ปรินเซส,ชูการ์บีท

วิมานมธุรส ระฆังเงิน

User Rating: / 0
แย่ดีที่สุด 

 

 

วิมานมธุรส ระฆังเงิน

 

เพื่อจะเดินทางออกสู่อิสรภาพ มธุรสจึงกล้าทำในสิ่งที่ไม่คิดว่าจะกล้า เมื่อเธอคือคนที่เอ่ยปากขอแต่งงานกับคนที่เธอรู้จักแต่ไม่ได้รักเขาอย่างที่ควรเป็น ถ้าไม่เพราะหันตราคือทางออกที่แสนวิเศษของเธอ และมธุรสเองก็รู้ดีว่าหันตราก็ตกที่นั่งลำบากเช่นกัน ดังนั้นการที่คนสองคนที่ต่างไม่ได้รักกัน แต่ต้องการผลประโยชน์ในพันธะนี้มาร่วมมือกัน ก็น่าจะเป็นสิ่งที่ถูกต้องเป็นที่สุด หากมธุรสคงไม่รู้ว่าสิ่งที่รอคอยนับจากการได้ชื่อว่าเป็นภรรยาของหันตราอาจไม่ใช่สิ่งที่เธอคาดไว้เลย

 

แน่นอนว่าหันตราไม่เคยเตรียมตัวรับมือกับเรื่องนี้มาก่อน มันเหมือนถูกน็อกกลางเวที แต่เปล่าเลยเขาไม่ได้รังเกียจที่จะแต่งงานกับมธุรส นักเขียนสาวที่เขาดูแลเอาใจใส่เธอมาตลอดเวลาที่รู้จักกัน หากการแต่งงานไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ที่จะหยิบยกขึ้นทำให้มันเป็นเรื่องตลก แต่เมื่อมธุรสคิดว่าเขาจำเป็นต้องให้ช่วยเหลือไปให้พ้นจากความลำบากใจที่เขากำลังมี เขาก็จำเป็นต้องยื่นเสนอที่จะไม่ยอมให้การแต่งงานเป็นแค่เรื่องหลอกลวงใครๆ

 

ถ้ามธุรสคิดว่าการได้แต่งงานคือการได้เดินทางออกสู่โลกกว้างอย่างที่เธอปรารถนา เธอก็ชักไม่แน่ใจว่ามันเป็นอย่างที่คิดไว้หรือเปล่า เพราะยิ่งการได้ใกล้ชิดกับเขา ยิ่งทำให้เธอรู้จักสามีกระทันหันคนนี้มากกว่าที่เคยรู้จักมาอีก และดูเหมือนว่าเธอกำลังตกอยู่ในสภาวะที่ไม่หัวใจไม่ปลอดภัยเอาเสียเลย

 

ยังมีความลับอีกมากมายที่หันตราอยากจะให้มธุรสเรียนรู้ด้วยตัวเองว่าเขาคือผู้ชายแบบไหนกันแน่ แต่ที่แน่นอนคือเขาจะเป็นสามีที่มธุรสไม่เสียใจเลยที่เลือกเขา อิสระที่เธออยากได้เขาก็จะมอบให้ แต่เขาก็จะมอบความกล้าให้กับเธอได้ทำในสิ่งที่เธอหวาดกลัวตลอดมา โดยที่จะมีสองมือของเขาคอยประคับประคองให้เธอเดินไปสู่จุดหมายได้อย่างที่ต้องการ

 

ความจริงที่ประจักษ์มันทำให้มธุรสรับมือไม่ทัน ตอนนี้เธอกำลังตกหลุมรักสามีของตัวเอง แล้วหัวใจของหันตราจะคิดเหมือนดั่งที่เธอคิดหรือไม่ แต่ไม่ว่าเขาจะรักเธอหรือไม่ ทว่าความดีและการเอาใจใส่ที่หันตรามีให้กับเธอและครอบครัวมันก็ยิ่งใหญ่มากกว่าคำว่ารักเสียอีก ตอนนี้มธุรสรู้ตัวแล้วว่าเธอไม่ต้องการออกไปมีชีวิตในโลกใบใหญ่เพียงลำพัง แต่เธอพร้อมจะอยู่ในวิมานรักที่หันตรามอบให้แด่เธอ

 

หากคำถามว่ารักหรือไม่ หันตราตอบได้ดีว่ามธุรสคือความรักที่ผู้ชายคนหนึ่งจะพึงรู้จัก เพราะเธอทำให้เขาทำในสิ่งที่ไม่คิดจะทำมาก่อน แต่ถ้าถามว่ารักตั้งแต่เมื่อใด หันตราไม่อาจตอบได้ว่าความรักได้เกิดตอนไหน มารู้อีกทีเขาก็หวงแหนมธุรสเกินกว่าจะเป็นแค่ความรู้สึกธรรมดาๆ มันจึงไม่ได้สำคัญว่าเมื่อไร แต่มันสำคัญว่ามากสักเพียงใด เมื่อมธุรสคือผู้หญิงที่เขาฟูมฟักมาตั้งแต่แรกพบ เขาจึงไม่ยอมให้ปล่อยให้เธอไปไกลตา โลกกว้างที่เธอปรารถนาจะต้องมีหันตราอยู่เคียงข้างเสมอไป

 

คอมเม้นท์ส่วนตัวนะคะ

ของลองแท้ๆ ค่ะ จำได้เลาๆ ว่ามีคนบอกมาว่าเรื่องนี้หวานสมชื่อนิยาย เราก็เลยรอโอกาสว่าช่วงงานหนังสือค่อยไปสอยมาลองดีกว่า ได้มาก็ลืมเพราะมีเรื่องในชีวิตเยอะมาก แต่คิดว่าควรเอามาอ่านได้สักทีไม่งั้นจะดองยาวให้รู้กันไปว่านิยายที่ว่าหวานๆ จะผ่านความเรื่องมากและใจที่ไม่ค่อยพร้อมของเราได้สักแค่ไหนกัน

 

ดังนั้นคำถามหลังการอ่านจบก็คือหวานไหม บอกได้ประการหนึ่งว่านักเขียนถ้าบังเอิญมาอ่านรีวิวนี้ ทำใจนิดหนึ่งนะคะ ช่วงนี้ฟีน่ามีความด้านชาในอารมณ์ค่อนข้างมาก คำตอบของคำถามที่ได้รับหลังจากการอ่านจบคือหวานอยู่นะคะ เพราะตัวของพระเอกทำให้เรารู้จักคำว่าความรักที่พร้อมจะดูแล เอาใจใส่ ปกป้องและสารพัดสิ่งที่ผู้ที่เป็นสามีจะพึงให้กับภรรยา ซึ่งสิ่งที่ทำให้ทุกอย่างขนาดนั้น ถ้านางเอกจะไม่ซาบซึ้งใจสุดๆ ก็เรียกว่าเธอคงเป็นผู้หญิงที่ใจแข็งมากหรือไม่ก็เป็นพวกที่ว่าคนดีๆ ไม่รัก รักทำไมแต่คนไม่ดี คือพระเอกเขาก็ไม่ได้เป็นผู้ชายแสนดีจนจืดชืดน่าเบื่อหน่ายหรอก เขาก็มีเล่ห์เหลี่ยมบางอย่างที่เอาไว้ล่อหลอกเมียตัวเอง เพียงแต่การกระทำของเขาคือการเอาใจใส่ผู้หญิงคนหนึ่งอย่างมากมาย และดีตรงที่ว่าพระเอกอยู่ในตำแหน่งบก.ของนางเอก เป็นเจ้าของสนพ. จะเข้าใจในการทำงานของนางเอกว่าเป็นอย่างไร การใช้ชีวิตของเธออาจจะไม่เหมือนชาวบ้านสักเท่าไร ปัญหาของการใช้ชีวิตคู่จึงไม่มี เรียกได้ว่าพรหมลิขิตของสองคนนี้เหมาะสมคู่ควรกันเป็นอย่างยิ่ง

 

ชีวิตที่หวานและน่าอิจฉาของนางเอกไม่ใช่แค่การแต่งงาน เพราะเธอมาจากครอบครัวที่อบอุ่น น่าอิจฉามาก พ่อแม่รักและเป็นห่วง จนบางทีเราก็รู้สึกเลยว่าประคับประหงมนางเอกมากเกินไปนิดหนึ่ง สมกับเป็นครอบครัวในสังคมแบบเอเชีย ที่ลูกต่อให้โตแค่ไหนก็ยังเป็นเด็กร่ำไป และไม่ใช่แค่มีพ่อกับแม่ที่ห่วงใยนางเอกแบบสุดๆ น้องชายก็หวงพี่สาวมาก ดีนะว่าอยู่กันคนละประเทศไม่งั้นละคงได้มีเรื่องวุ่นมากกว่านี้ เพราะแค่เจอกันแป๊บๆ ก็ทำให้พระเอกต้องปวดหัวกับการพิสูจน์ตัวว่าดูแลนางเอกได้ เพื่อนชายที่นางเอกนับถือเหมือนพี่ชายอีกคน นี้มาในมาดพระรองแสนดี แอบรักแต่ไม่กล้าเผยตัว เลยได้ตำแหน่งพระรองไปแทนเพราะกินแห้วแทน แต่ก็เป็นเพื่อนที่แสนดีสุดๆ คือชีวิตนางเอกแทบไม่มีอะไรให้ทุกข์ใจเลย ทำให้คิดไปว่านี้คงเป็นความรักที่มากเกินไปจนทำให้เธออยากจะมีอิสระในชีวิตซินะ ก็เลยอยากจะแต่งงานเพื่อมีชีวิตเป็นของตัวเอง ซึ่งส่วนหนึ่งของเราก็คิดว่าแปลกดี ถ้าอยากมีชีวิตส่วนตัว ทำไมไม่เลือกจะแยกบ้านมาอยู่เอง ทำไมต้องแต่งงานหาห่วงผูกคออันใหม่ แต่คงเพราะว่าถ้าคิดจะแยกบ้านพ่อแม่คงไม่ยอมมั้ง เพราะดูแลเหมือนไข่ในหินขนาดนั้น แต่งงานนี้ละจะได้มีข้ออ้าง อย่างน้อยก็มีข้อตกลงกับสามีว่าถึงแต่งงานกันแล้วแต่ก็ให้ชีวิตส่วนตัวแก่กันและกันเหมือนเดิม ซึ่งปรากฏว่าเธอก็ถูกดูแลเอาใจใส่ดีเหมือนเดิม อาจจะมีมากขึ้นเพราะได้สามีแสนดีมากอีกหนึ่งคน ซึ่งจะว่าไปแล้วสำหรับเราก็มองว่าชีวิตแบบนี้น่าอิจฉาดีเหมือนกันนะคะ สุข สงบ ราบรื่นแบบที่มีแต่ในนิยายกันเลยทีเดียว

 

และโชคดีของนางเอกก็ไม่หมด แต่งงานกันไปยังได้แม่สามีแสนดีมาด้วย อันนี้ไม่ใช่หากันง่ายๆ ขนาดไม่ได้เป็นสะใภ้ที่ต้องการตั้งแต่แรก แต่ถ้าลูกชายเลือกแม่ก็พร้อมจะรัก หาได้จากที่ไหนกันแม่สามีเช่นนี้ ครอบครัวสองครอบครัวก็ไม่มีปัญหาอะไรกันแม้แต่นิดเดียว สมกับเป็นวิมานมธุรสสมชื่อนิยายค่ะ  ชีวิตแต่งงานหวานๆ ดรามาไม่มี นางอิจฉาก็ไม่มี ตัวที่คิดว่าจะมาเป็นมือที่สามในชีวิตแต่งงานสุดท้ายก็ไม่ใช่ เพราะนางมีความคิดมากกว่าจะมาทำตัวเป็นนางอิจฉาปากแดงอะไรทำนองนั้น

 

ก็ดูจะเหมาะกับคนที่อยากได้นิยายรักแนวหวานๆ ซึ้งๆ น่ารัก พระเอกรักนางเอกแบบไม่มีข้อแม้ใดๆ ไม่เคยคิดจะมองว่าการแต่งงานปลอมๆ ยังไงก็ต้องทำให้มันเป็นจริง อาจจะเพราะส่วนหนึ่งมีความลับอะไรบางอย่างที่ตัวพระเอกไม่เคยบอกให้นางเอกได้รู้ว่าเขามีภาพจำอะไรกับนางเอกมากกว่าที่นางเอกจะรู้เสียอีก ตัวนางเอกเองก็รู้ตัวไวว่าเธอกำลังรักสามีคนนี้ ดังนั้นการแสดงออกของสองคนจึงมาในทิศทางเดียวกันคืออ่อนหวานต่อกัน ดีต่อกัน เอาใจใส่ในกันและกันทั้งเรื่องส่วนตัว งานและครอบครัวของอีกฝ่าย เป็นนิยายแนวครอบครัวที่อบอุ่นอ่านแล้วให้ความรู้สึกหวานปานน้ำผึ้งดีค่ะ ใครเครียดๆ อ่านแล้วคงรู้สึกว่าชีวิตนี้ก็ยังมีสีชมพูอยู่เหมือนกัน แม้จะมีแค่ในนิยายก็ตามที  ตัวพระเอกเองไม่ใช่ผู้ชายธรรมดา จริงๆ เขามีตัวเลือกที่อาจจะดีกว่านางเอกด้วยซ้ำไป แต่สิ่งที่พระเอกถ่ายทอดออกมาก็คือนางเอกเป็นคนที่เขาอยู่ด้วยแล้วสบายใจ ไม่ซับซ้อน ไม่ต้องคอยคาดเดาว่าเธอคิดอะไร วางแผนอะไรในหัวสมองบ้าง ใสซื่อแบบที่ทำให้เขาต้องการจากคนที่จะมาเป็นคู่ชีวิต

 

และถ้าอ่านจะพบว่าไม่ใช่แค่จะมีคู่ของพระเอกกับนางเอก แต่จะมีคู่รองด้วย คนหนึ่งพลาดรักจากนางเอกมา ส่วนอีกคนก็เสียหน้าที่พระเอกไม่เลือกเธอ ทั้งที่เธอเพียบพร้อมคู่ควรกับพระเอกทุกอย่าง คนที่แตกต่างกันสองคนก็ดูส่วนผสมที่ลงตัว จากคนไม่ชอบหน้ากันและกัน ก็มาตามขนบว่าจากคู่กัดมาเป็นคู่กัน ก็น่าสนใจดีค่ะสำหรับคู่นี้

 

แต่ในความหวานๆ อ่านสบายของเล่มนี้ เราก็ยังมีคำถามนิดหน่อยตามประสาคนเรื่องมาก โดนเฉพาะประเด็นการอยากออกมาโบยบินเป็นนกของนางเอก คือไม่ได้รู้สึกอะไรแบบนั้นเลย นางเอกจริงๆ ก็เหมือนจะชินกับการมีคนคอยดูแลเอาใจใส่มากกว่าจะดูแลตัวเองหรืออยากมีอิสระ ยังไม่เห็นมุมไหนหรือประเด็นไหนสนับสนุนความรู้สึกนี้ในตอนอ่านเลยนะคะ และยิ่งได้สามีแบบนางเอก เธอก็ยิ่งรู้ว่าเธอก็เต็มใจจะอยู่ในกรงทองอาบน้ำผึ้งที่สามีมอบให้อยู่แล้ว พระเอกเองด้วยซ้ำที่พยายามทำให้เธอกล้าในสิ่งที่กลัว ทั้งการบังคับให้ไปหัดขับรถ เพื่อจะได้ไปไหนมาไหนด้วยตัวเองได้ พาเธอขึ้นเครื่องบินเพราะเธอกลัวความสูง สรุปก็คือเหตุผลที่นางเอกอยากชีวิตด้วยตัวเองไม่ค่อยเห็นเท่าไร ไม่เห็นความดิ้นรนใช้ชีวิตด้วยตัวเองตามประสาคนอยากเผชิญโลกกว้าง อย่างน้อยๆ ตอนที่พระเอกอยากให้ไปหัดขับรถ ก็ไม่น่าจะงอนอะไร เพราะเราเองเป็นคนหนึ่งที่ออกมาใช้ชีวิตคนเดียว แยกครอบครัวมาแล้ว สิ่งแรกที่บอกตัวเองคือว่า ต้องทำทุกอย่างเอง ต้องหัดทำกับข้าวเองเป็นอย่างแรก ต้องจัดสรรว่าแต่ละวันต้องทำอะไร แต่นางเอกไม่ได้ให้ความรู้สึกแบบคนอยากแยกบ้านเลย ก็คือทำตัวปกติ แต่เปลี่ยนจากบ้านพ่อแม่มาเป็นบ้านสามี เป็นเหมือนนกน้อยย้ายกรง จากกรงเล็กๆ มาเป็นกรงใหญ่ขึ้นอีกนิด เพราะมีสามีและแม่สามีเพิ่มเติม คือถ้าให้ความรู้สึกว่านางเอกพยายามจะทำอะไรด้วยตัวเองมากกว่านี้สักนิดอาจจะเข้าสิ่งที่นางเอกอยากใช้ชีวิตในโลกกว้างด้วยตัวเอง หรือว่าเราแปรความหมายในการอ่านและการตัดสินใจของนางเอกผิดไปหรือเปล่านะ

 

นิยายแนวหวานๆ ปัญหาของมันส่วนใหญ่ที่มาพร้อมกันคือ บางทีความราบรื่นมันจะทำให้เนื้อเรื่องดูอืดอาด เรื่องนี้ช่วงแรกรู้สึกเลยว่ามันเรื่อยๆ มาก คือการนำเสนอชีวิตของพระเอกนางเอกมันมีแพทเทิร์นเดียวมากไปนิด ตื่นนอน ไปกินข้าวกับแม่สามี สามีไปทำงาน พ่อตัวเองมาหาบ้าง ไปหาพ่อกับแม่บ้าง สามีกลับบ้านหวานๆ น่ารัก นางเอกทำงาน จะเริ่มว่ามีอะไรที่ตื่นเต้นขึ้นก็อย่างตอนที่ตัวคู่หมายพระเอกมาทำให้นางเอกหวั่นไหวบ้าง น้องชายมาเป็นก้างขว้างคอพี่เขยบ้าง เพราะทำใจไม่ได้ที่พี่สาวรีบแต่งงาน ถึงจะเป็นนิยายรักแต่มันก็จืดได้เพราะเนื้อเรื่องมันไม่มีอะไรมากไปกว่านี้ แต่ถ้ารวมๆ แล้วก็คือถือว่าไม่ได้น่าเบื่อจนเลิกอ่านนะคะ ช่วงกลางๆ เรื่องน่าสนใจมากกว่าขึ้นกว่าช่วงแรกของเรื่องเยอะเลย

 

เอาเป็นว่าสำหรับนามปากกาที่ไม่รู้จักมาก่อนเรื่องนี้ ถือว่าผ่านนะคะ เหมาะกับคนที่ชอบนิยายที่ไม่เครียด ไม่ดรามา ไม่มีปมปัญหาให้ต้องคิดมากคิดเยอะ นางเอกไม่ต้องเสียน้ำตาเพราะความทุกข์ใจอะไรเลย ชีวิตราบรื่นปลอดโปร่ง ครอบครัวสมบูรณ์พร้อม ใครที่ชีวิตเครียดๆ ต้องการสีชมพูมาเพิ่มพูนบ้าง เล่มนี้ดูเหมาะสมดีนะคะ วิมานที่เต็มไปด้วยรสหวานปานน้ำผึ้งสมชื่อค่ะ