philiciana.com : เวบรีวิวนิยาย by ฟีน่า

ร้อยรักพันคำนึง มิ้ว ณ ชมวิว

 

ร้อยรักพันคำนึง  มิ้ว ณ ชมวิว

 

เธอคือเด็กน้อยช่างเจรจา ช่างคิดและช่างพูดจนบัณทัตไม่อาจละความสนใจไปจากแม่หนูน้อยผมเปียที่ชื่อติมได้เลย ถ้าให้เลือกได้บัณทัตก็อยากให้น้องสาวคนนี้เป็นคนที่น่ารักแบบนี้ตลอดไป แต่มันก็เป็นสิ่งที่เขาไม่อาจคาดเดาได้ว่าเบื้องหน้าจะมีอะไรรอคอยอยู่ อนาคตล้วนแต่เป็นสิ่งที่ไม่มีใครล่วงรู้

 

ถึงแม้ว่าจะไม่ขาดแคลนความรักแต่ทติยาก็ไม่รังเกียจที่จะมีพี่ชายที่แสนดีอย่างบัณทัตเข้ามาในชีวิต เขาคือคนแปลกหน้าที่เธอผูกพันทางจิตใจจนเกินกว่าที่ตัวเองหรือคนอื่นจะเข้าใจในสายสัมพันธ์ที่สดสวย ใสบริสุทธิ์นี้ได้ และทติยาก็หวังว่าหนทางที่แสนไกล ระยะทางที่แสนห่าง และเวลาที่ผ่านไปบัณทัตจะยังคงรู้สึกกับเธอเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยนแปลง

 

แล้วความจริงของโลกใบนี้ก็ไม่เคยหนีพ้น เวลาที่ผันผ่านทุกสิ่งทุกอย่างย่อมไม่มีอะไรเหมือนเดิม ความรู้สึกที่เหมือนถูกหักหลังทำให้บัณทัตหันหลังให้กับครอบครัว จนเหมือนว่าน้องน้อยในวันวานเป็นเพียงแค่ความทรงจำอันเลือนลาง ไร้การจดจำ หากแต่บัณทัตรู้ดีแก่ใจว่าน้องติมยังคงเป็นเป็นน้องสาวที่เขารำลึกถึงอยู่เสมอ ทว่าเวลาที่จากกันไปแสนนาน ความรู้สึกที่เคยมีกำลังจะไม่เหมือนเดิม

 

ถึงทติยาจะอ่อนวัยหรือการถูกปกป้องแต่เธอก็พอจะรู้ว่าด้วยเหตุอันใดความผูกพันระหว่างกันและกันเหมือนมีบางอย่างมากั้นขวางเอาไว้ สถานะที่เธอและเขาเคยเป็นอยู่ในวันนี้ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว หากเธอก็ยังเป็นคนเดิม เป็นน้องติมคนเดิมที่ยังรอคอยพี่ชายที่แสนดีคนนั้นแม้ว่าเขาจะไม่ปรารถนาอยากเป็นพี่ชายของเธออีกต่อไป

 

ถึงจะบอกตัวเองว่าเข้าใจในทุกเหตุผลของคนเป็นผู้ใหญ่ แต่ในความรู้สึกหนึ่งบัณทัตก็โกรธเกรี้ยวอยู่ในใจ อาจเพราะศรัทธาที่เคยมีให้กับคนที่เขานับถือเหมือนกำลังถูกทรยศ  การหลบหลี้หนีหน้าจึงเป็นสิ่งที่จะบรรเทาเบาบางความร้อนรุ่นในจิตใจ แต่สิ่งที่ไม่เคยผ่อนคลายลงในใจของบัณทัตก็ความรู้สึกที่รุนแรงที่มีต่อทติยา คำสัญญาที่เธออาจมองว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยหรืออาจจะไร้สาระ แต่สำหรับเขามันคือคำสัญญาที่บอกว่าเขาคือคนที่สำคัญที่สุดสำหรับเธอ

 

แม้พอเข้าใจว่าสิ่งที่รู้สึกอยู่มันคือความรักแต่ความรู้สึกที่รุนแรงเช่นนี้เป็นสิ่งที่ทติยาไม่คุ้นเคย มันทั้งสุขสมและทุกข์ทรมานไปในคราเดียวกัน แล้วบัณทัตเล่าจะเป็นเช่นเธอด้วยหรือไม่ และถึงแม้ว่าหัวใจสองดวงจะตรงกันแต่ความจริงมันไม่ได้ง่ายดายเพียงแค่เรารักกัน อุปสรรคที่มีจะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าเธอและเขาจะฝ่าฝันมันไปด้วยกันได้สักเพียงใด

 

เพราะเธอคือทติยา เธอคือดวงใจของคนที่บัณทัตเคลือบแคลงและควรอยู่ในห่างไกลที่สุด แต่เธอก็คือคนที่เขาผูกใจมั่นรักมาตลอดเวลา บางครั้งการใช้แค่เพียงสายตาตัดสินอาจไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง เหตุผลมากมายที่บัณทัตอาจจะไม่เคยล่วงรู้อาจซ่อนอยู่ภายใต้ทิฐิที่เขาก่อกำแพงจนสูงลิบและไม่ยอมที่จะข้ามไปหาความจริง และเมื่อเขาปลงใจที่จะผูกรักร้อยใจกับทติยาแล้ว อดีตที่เขาไม่ยอมรับรู้ถึงเวลาไตร่ตรองว่าความจริงแล้วบัณทัตเข้าใจอะไรพลาดไปจนเกือบทำให้สัญญาระหว่างเกือบเป็นเพียงความทรงจำ

 

คอมเม้นท์ส่วนตัวนะคะ

 

ช่วงนี้ขยันขันแข็งเป็นอย่างมาก รีวิวมาเป็นประจำไม่หายหน้าหายตากันไปไหน และได้คิวที่จะหยิบเอางานของคุณมิ้วเก็บมาพูดคุยกันใหม่ หลังจากหายๆ ไปจากรีวิวของฟีน่า 

 

ไม่เน้นดรามาหนักหนา ไม่มาเส้นทางสายสีเทาในโลกที่เราไม่เคยรู้จัก เอาความสบายๆ อ่านง่ายมาส่งให้คนอ่านได้อ่านกันค่ะ จะว่าแนวเลี้ยงต้อยหรือก็เกือบๆ จะว่าได้ แม้ว่าตัวพี่ชายที่แสนดีจะปฏิเสธเสียงแข็งว่า เปล่าเลย ไม่เคยเลี้ยงต้อย เพราะแบบนั้นมันเหมือนพวกหัวงูแก่ๆ หลอกล่อเด็กสาวให้ตายใจแล้วจับเชือดในภายหลัง แต่ถึงแม้พี่ทัตจะไม่ถึงขนาดนั้น แต่ยังไงมันก็เลี้ยงต้อยชัดๆ อันนี้คนอ่านฟันธง

 

ก็จะไม่ให้บอกอย่างนั้นได้ยังไง ตอนแรกที่เจอกันมันบริสุทธิ์ใจอย่างแน่นอน แม่หนูน้อยเป็นแค่เด็กประถม ผูกผมเปีย ไม่ประสีประสา ส่วนเขาก็เป็นพี่ชายของรุ่นพี่ในโรงเรียน เพราะความช่างพูด ช่างเจรจาคล้ายๆ จะเป็นเด็กแก่แดด แต่ที่จริงควรเรียกว่าเด็กรู้ความจะดีกว่า ทำให้พี่ชายคนนี้เอ็นดูแม่หนูน้อยคนนี้เสียเหลือเกินจนเหมือนเธอเป็นน้องสาวที่เขาไม่เคยมี ความสัมพันธ์ของเด็กหนุ่มกับหนูน้อยก็คงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงถ้าไม่เพราะชีวิตมนุษย์ไม่มีอะไรแน่นอน ความห่างไกลของการศึกษาของแต่ละคน ผสมโรงกับเรื่องบางอย่างที่ทำให้เขาอยากจะหันหลังให้กับครอบครัว แต่ผลดีของมันก็คือความรู้สึกที่เขารู้สึกกับเธอไม่เหมือนเดิมแล้ว ความห่างทำให้มันเปลี่ยนเป็นความรักได้ ซึ่งมันก็ไม่ง่ายที่จะจับเธอมาเป็นคู่ชีวิต

 

ไม่ใช่นิยายแนวที่ว่าพระเอกร่ำรวยล้นฟ้า มหาเศรษฐีลูกครึ่งอะไรแบบนั้น ก็แค่ผู้ชายธรรมดาที่อาจเรียกว่านับเป็นเศรษฐีภูธรได้ ลูกชายเถ้าแก่ที่สร้างเนื้อสร้างตัวมาจนคหบดีในต่างจังหวัด เรื่องไม่หรูเริดจนห่างไกล เสมือนว่าเราอาจจะมองชีวิตของคนในตลาดแถวบ้านเราก็ยังเป็นไปได้ ถ้าใครชอบแนวนิยายที่ตัวละครผูกพันทางใจกันมาเนิ่นนาน พี่ทัตกับน้องติมเป็นนิยายแนวนั้นเลยค่ะ 

 

แม้ว่าตอนแรกพระเอกเองก็ยังไม่ได้คิดอะไรกับน้องสาวคนนี้ แต่ไอ้อาการคาดคั้นกึ่งต้องให้คำสัญญาว่ายังไงเขาก็ต้องเป็นสำคัญของเธอตลอดไป หรือถ้าจะมีแฟนก็ต้องคิดให้ดีๆ ก่อน อย่าผลีผลามและอะไรอีกมากมายที่เด็กประถมอย่างนางเอกมีหรือจะเข้าใจ แน่นอนว่าตัวพระเอกไม่ได้ขนาดจะคิดเคลมเด็กน้อย แค่เขาห่วงใยน้องสาวคนนี้ก็เท่านั้น และความห่วงนี้จึงเป็นพันธะทางใจให้เขาไม่เคยลืมเธอ แม้จะมีบางอย่างทำให้เขาต้องห่างเหินกันไปด้วยความจงใจของเขาเอง

 

และการกลับมาเจอกันอีกครั้ง ทำให้เขาเริ่มต้องถามใจตัวเองใหม่ว่าอะไรคือความรู้สึกที่เป็นอยู่ในตอนนี้ รักใช่ไหม เมื่อคำตอบมันคือใช่ เขาก็พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้เป็นเจ้าของน้องน้อยคนนี้ เรื่องราวมันจะยุ่งเหยิงกันก็ตรงนี้ สังคมเล็กๆ ที่แทบทุกคนรู้จักกันหมด ข่าวลือ ข่าวจริงแพร่สะพัดกันไปทั่ว เพราะสถานะของพระเอกกับนางเอกมันซับซ้อนเสียเหลือเกิน ไม่ใช่คนรู้จัก แต่เธอเป็นลูกติดของแม่เลี้ยงของเขา และเป็นคนที่เขาจับจ้องด้วยความไม่ไว้วางใจมาก่อน งานนี้จะเข้าข่าย เกลียดตัวกินไข่ เกลียดปลาไหลกินน้ำแกงก็ไม่เชิง และข่าวซุบซิบนินทาที่ไม่พ้นการกล่าวหาตัวนางเอกและครอบครัวเธอ แม่ก็จับพ่อ ลูกก็จับทายาทคนโตอีก นี้กะเงียบๆ ฟาดเรียบกันหมดเลย แต่ถึงรู้ว่าการรักนางเอกมันต้องตามมาด้วยเรื่องจุกจิกหยุมหยิมขนาดนี้ ยังไงเขาก็ไม่สนใจ ก็รักไปแล้วขนาดนี้ เลี้ยงต้อยเด็กมาก็ไม่น้อย ใครจะปล่อยให้หนุ่มหน้ามนคนไหนมาชุบมือเปิบง่ายๆ ได้ยังไงกัน

 

สิ่งหนึ่งที่ตัวพระเอกไม่ได้สมบูรณ์แบบเกินมนุษย์ทั่วไปก็คือความทิฐิและยังมีความเข้าใจผิด มีความไม่พอใจ น้อยใจในการตัดสินใจของพ่อตัวเองอยู่ แต่เมื่อเวลาผ่านไป โตขึ้น วางอคติลงและเอาความจริงและข่าวลือหลายอย่างมาขบคิด ตัวพระเอกก็เริ่มเข้าใจว่าบางทีสิ่งที่เขาทำลงไปมันไม่ถูกต้อง แต่ก็ไม่สายที่จะมองมุมใหม่ ทุกอย่างมันจากประสบการณ์ของชีวิตที่คนเป็นลูกผู้ชายต้องเติบโต ผ่านเรื่องถูกผิดมาด้วยตัวเอง จะไม่ให้ตัดสินใจอะไรพลาดไปคงไม่ใช่ แต่พระเอกไม่ใช่คนที่จมอยู่กับความเกลียดชัง จนปิดตา ปิดใจไม่ยอมรับความจริงหรือหูเบาเชื่อแต่คำคนอื่น เขารู้จักคิดว่าเรื่องจริงเป็นยังไง แต่ที่ผ่านมาเขาไม่ยอมรับมันก็เท่านั้นเอง

 

ไม่ใช่แค่ตัวพระเอกที่เป็นตัวละครที่มีความคิดที่ไม่ได้เลิศลอยเกินคนปกติ ตัวนางเอกเองที่ดูเหมือนเป็นเด็กแก่แดดตั้งแต่ตัวเล็กๆ แต่นางเอกมีแม่พิมพ์ที่ดีก็คือแม่ของเธอ ทำให้นางเอกเป็นคนกึ่งจะเหมือนไข่ในหินที่แม่คอยปกป้องทุกอย่าง แต่ก็เป็นคนรู้จักคิด แยกแยะอะไรได้ มีมุมมองที่ไม่ใช่เด็กหัวอ่อนที่เอาแต่บอกว่าแล้วแต่แม่ เธอมีความคิดแค่มีกรอบบางอย่างซึ่งเธอคิดว่าไม่ได้ทำให้เธอสิ้นไร้อิสระ ดีเสียอีกที่มีคนคอยเป็นห่วงเป็นใย นางเอกไม่ใช่สาวบอบบาง เธอร้ายพอตัวและปกป้องตัวเองจากเรื่องหลายๆ อย่างที่เข้ามาในชีวิตได้ แม้จะรับมือกับมันไม่ได้ทุกอย่างก็ตามที

 

เป็นนิยายรักแบบหวานเจี๊ยบหรือเปล่า ไม่ใช่นะคะ  เพราะตัวละครทุกตัวมีมิติความเป็นคนที่จับต้องได้ เป็นเหมือนเรานี้เอง มีดีมีร้ายปนกันไป แต่จะดีตรงที่ไม่มีตอนไหนที่จะทำให้ความฉลาดหลักแหลมของตัวพระเอกกับนางเอกเสียไปเลย พระเอกที่ต้องรักษามาดพี่ชายเอาไว้ก็ตีกันหนุ่มๆ คนอื่นได้หมด ไม่ต้องถึงกับซ่อนเร้น แต่ก็ไม่ต้องบอกโต้งๆ คนก็รับรู้กันว่า คนนี้พี่จอง  ความหวานชื่นอาจจะไม่ได้มากมายแบบน้ำตาลท่วมเล่ม เพราะมีช่วงคลาดกันไปอยู่พักหนึ่ง แถมพระเอกยังต้องร้องเพลงรอไปอีก แต่พอวางแผนเอาน้องร่วมโลกคนนี้มาอยู่ใกล้ตัวได้ ชักต้องเริ่มทำคะแนนให้สายตาของน้องเปลี่ยนไปที่มองเขาเป็นแค่พี่ชายให้เป็นผู้ชายคนหนึ่งได้ให้ โดยที่เขาก็อาจจะไม่รู้ความลับในใจของเธอด้วยว่า สำหรับเธอแล้วเขาเป็นคนสำคัญของเธอเพียงคนเดียวและเป็นอย่างนี้ตั้งแต่แรกจนตอนนี้

 

ดูเหมือนจะไม่มีอุปสรรค แต่ก็ต้องมีบ้างให้เป็นน้ำจิ้มในชีวิต แต่ก็ผ่านไปได้อย่างไม่หนักหนาสาหัส เลือดตาแทบกระเด็น ขอรอให้ทุกอย่างลงตัว ก็ถึงเวลาลงเอยกันเสียที สิบกว่าปีที่เห็นกันมา จะได้สมหวังสักที แต่แอบรู้สึกว่ามันสั้นไปสักหน่อยนะคะ ลุ้นกันมาตั้งนาน อยากจะความมุ้งมิ้งและฟินกว่านี้อีกนิด จบเสียแล้ว ตอนพิเศษของเล่มก็ไปพูดถึงเรื่องราวหนหลังของคู่รุ่นใหญ่แทน เพื่อให้เข้าใจว่าทำไมคนที่ไม่น่าจะมาลงเอยกันได้ กลับมาร่วมชีวิตกัน มันก็เป็นคำตอบให้กับปริศนาที่อาจจะไม่มีใครรู้เลยว่าการแต่งงานกันไม่ใช่แค่การเอาตัวรอดของผู้หญิงคนหนึ่ง แต่มันจากความผูกพันทางใจของผู้ชายคนหนึ่งด้วย ไม่เช่นนั้นเขาคงไม่กล้าเริ่มต้นชีวิตคู่ครั้งใหม่

 

ดังนั้นร้อยรักพันคำนึง จะไม่ใช่นิยายแสนหวานเจี๊ยบ อีโรติคหรือว่าเว่อวังอลังการทั้งด้านตัวตนของตัวละครหรือความรัก เป็นความรักง่ายๆ ของปุถุชนทั่วไป จับต้องได้และมันก็มีอยู่จริงในสังคมที่เรามองเห็นได้จากรอบข้าง ตัวละครไม่ได้เต็มได้ด้วยความสมบูรณ์แบบ มีผิดพลาดกันแทบทุกตัว แต่มันก็มีเสน่ห์ในแบบหนึ่งนะคะ เรารอลุ้นว่าเมื่อไรพี่ทัตเขาจะประกาศกันไปชัดๆ ว่าตอนนี้เธอไม่ใช่น้องสาวแต่เป็นคนรัก และถึงแม้จะเปลี่ยนสถานะกันแล้วก็ยังไม่วายให้มีเรื่องราวนิดๆ หน่อยๆ ให้ชีวิตได้มีสีสันและเอาใจช่วยพระเอกว่าจะบางทีว่าที่แม่ยายอาจจะไม่ปลื้มเขา งานนี้จะทำอย่างไรดี สนุกแบบที่มีประเด็นอะไรให้คนอ่านได้คิดตามไปกับเรื่องราวแบบของคุณมิ้วนะคะ เรียบๆ แต่แฝงแง่คิดของการใช้ชีวิตที่แท้จริง ของคนจริงๆ และจะว่าไปแล้วเรื่องนี้เน้นถึงการเลี้ยงลูกเสียมาก จะเลี้ยงลูกแบบไหน เลี้ยงอย่างไรให้เขาเติบโตไปแล้วดูแลตัวเองได้ ไม่เป็นลูกแหง่ตลอดชีวิต การให้ลูกได้รู้จักการรับมือกับสังคมในโรงเรียน สังคมอื่นๆ ที่ไม่ใช่แค่ในบ้าน จะเห็นได้ชัดในช่วงแรกที่แม่ของนางเอกไม่ปล่อยปะละเลยให้นางเอกรู้จักคนแปลกหน้า แต่แม่ของนางเอกไม่ได้มาแบบจะหาเรื่องหรือผลักไสคนอื่นออกจากชีวิตของลูก แต่เธอมารู้จัก มาดูให้แน่ใจว่าเขาดีพอที่จะให้ลูกสาวสนิทสนมจนรักใคร่ฝากเนื้อฝากตัวเป็นน้องสาวคนโปรด และแน่ใจว่าพระเอกไม่ได้มีเจตนาร้ายเธอก็ให้ความสัมพันธ์ระหว่างเด็กสองคนดำเนินไปโดยทีมีผู้ใหญ่คอยดูแลตลอด หรือจนกระทั่งนางเอกโต แม่ของนางเอกก็คือคนที่สอนนางเอกทุกอย่าง แม้บางอย่างจะเหมือนกรอบที่บีบบังคับไม่ให้ลูกสาวได้ใช้ชีวิตแบบเด็กวัยรุ่นคนอื่น แต่ในด้านความคิด นางเอกมีอิสระเต็มที่ที่จะคิดและลงมือทำ เป็นคุณแม่ยุคใหม่ที่เป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวที่เป็นเบ้าหลอมให้นางเอกได้โตมาเป็นหญิงสาวที่จะเอาชีวิตรอดได้ ฟีน่าชอบการเลี้ยงดูลูกแบบนี้นะคะ ไม่ปล่อยเกินไป แต่ก็ไม่บีบจนเกินไป ดังนั้นเรื่องนี้ก็ดีงามสมกับเป็นงานของนักเขียนนะคะ มีความสมจริงสมจังอยู่ในเนื้อหา มีความหวานผสมกันไป ไม่เน้นหวานจัด หวานมาก แต่มองเห็นได้ง่ายกว่าและเข้าถึงได้อย่างไม่ยากเย็น ไม่ใช่ชีวิตที่สูงเกินกว่าเราจะจินตนาการไปได้ เป็นความรักที่ค่อยๆ เติบโตผลิดอกออกใบจากต้นอ่อนของคำว่าพี่ชายที่แสนดีและน้องสาวคนโปรดจนมาเป็นสุดที่รักของพี่ชายและสายรักที่ฟูมฟักมาสิบกว่าปี มันจะจึงหยั่งรากลึกเกินกว่าลมพายุจากปากคนรอบข้างหรือคำค่อนแคะนินทาว่าร้ายจากใครๆ มาสั่นคลอนได้เลย  แต่ถ้าจะให้ถูกจริตมากกว่านี้ อยากได้ฉากฟินเพิ่มจากตอนจบอีกสักนิดจะดีต่อต่อความหวานของคนอ่านที่จินตนาการเองชักไม่ขึ้นเพราะต่อมจิ้นเริ่มพัง ใช้งานได้ไม่เต็มทีต้องอาศัยนักเขียนมาเติมให้นะคะ และคิดว่าจะมีภาคต่อแต่เห็นว่าไม่มีก็น่าเสียดายเล็กน้อย  เพราะถึงมันจะจบ แต่ยังรู้สึกว่ายังมีเรื่องให้เล่าเพิ่มเติมได้อีกนิดเลยนะเนี่ย

 

 

แก้ไขล่าสุด (วันเสาร์ที่ ๑๘ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๙ เวลา ๑๐:๐๗ น.)