philiciana.com : เวบรีวิวนิยาย by ฟีน่า

ปางบุญ บุญฐิสา

 

ปางบุญ  บุญฐิสา

 

แม้จะไม่อาจหาเหตุผลให้กับเรื่องร้ายๆ ที่เกิดกับชีวิตที่ผ่านมาได้หากรัตน์สิกาก็พร้อมจะใช้ทุกอย่างเพื่อหยุดยั้งเรื่องเลวร้ายนี้ และการปฏิบัติธรรมจึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่รัตน์สิกามุ่งหวังว่าจะทำให้เธอข้ามพ้นทุกอย่างไปได้ หากในความสงบกลับมีใครบางคนรบกวนจิตใจของเธอให้ว้าวุ่น ทั้งๆที่      ชัชพลพยายามหลบเลี่ยงเธอจนถึงขั้นแสดงออกให้เห็นว่าเขาอยากอยู่ให้ห่างไกลเธอสักเพียงใด และนั่นก็คงเป็นคำตอบว่าทำไมเธอถึงไม่อาจลืมเลือนผู้ชายประหลาดๆ ผู้นี้ได้เลย

 

เพราะกรรมคือเครื่องผูกพันเมื่ออยากตัดทุกอย่างให้ขาดก็มีเพียงการขอให้จบสิ้นกันเพียงในชาตินี้ แต่ยิ่งหนีก็เหมือนว่าบ่วงจะยิ่งรัดคอแน่นหนามากขึ้น เพราะบางอย่างที่ตามติดตัวของรัตน์สิกาหนักหนาเกินกว่าที่เขาจะปล่อยวางและปล่อยให้เธอมีชีวิตไปตามชะตากรรมที่ถูกกำหนดมาจากอดีตที่เธอต้องรับผิดชอบเพียงเพราะคำสาบาน

 

แม้จะรู้ว่าเธอไม่เป็นที่ต้อนรับของชัชพล แต่รัตน์สิกาก็บอกตัวเองไม่ได้ว่าทำไมจึงรู้สึกโหยหาและติดค้างผู้ชายคนนี้อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน แต่ยิ่งพยายามเข้าใกล้ เขาก็ยิ่งถอยห่างจนรัตน์สิกาไม่อาจเข้าใจว่าเพราะอะไรเธอจึงเป็นที่รังเกียจของชัชพลนัก แต่ในความสับสนที่ยังไม่มีคำตอบ สิ่งที่       ชัชพลกำลังบอกเธอกลับทำให้รัตน์สิกาหวาดหวั่น ที่ชีวิตเธอต้องเป็นเช่นนี้เพียงเพราะความดื้อรั้นของเธอเท่านั้นหรือ

 

แม้จะรู้ว่าสิ่งที่กำลังต่อกรอยู่มีอำนาจสักเพียงใด แต่ชัชพลก็อยากจะสู้เพื่อรัตน์สิกา ผุ้หญิงที่เขาทั้งอยากสลัดบ่วงอันนี้ออกจากชีวิต พอๆ กับที่ห่วงหาอาลัยในความรู้สึกนี้ แต่ในเวลานี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการยื้อชีวิตของรัตน์สิกาจากสิ่งที่ปรารถนาจะได้ตัวเธอมากพอๆ กับที่เขาก็ต้องการรัตน์สิกาเช่นกัน

 

ไม่คิดเลยว่าสิ่งเหนือธรรมชาติที่รัตน์สิกาพยายามหนีให้ห่างจะกลับกลายเป็นสิ่งที่คิดจะกลืนกินเธอ แต่เมื่อปณิธานของเธอคือไม่มีวันยอมรับ เธอก็พร้อมจะทำต่อไป แม้ว่ามันอาจจะพรากลมหายใจของเธอ แต่เพราะมันคือสิ่งที่ทำให้สัญญารักที่เธอเคยผูกพันกลับถูกทำลายลง ดังนั้นรัตน์สิกาจึงไม่ยอมให้มันมามีอำนาจเหนือตัวเธออีกต่อไปไม่ว่าจะชาติไหนๆ

 

ไม่ใช่จะมีแค่เพียงชัชพลเท่านั้นที่ดื้อรั้นในสิ่งที่คิด แต่รัตน์สิกาก็เช่นกันและเขาก็ต้องทำให้เธอไม่ผิดหวังที่ฝากความหวังสุดท้ายไว้ที่เขา หากไม่มีสิ่งใดยิ่งใหญ่ไปกว่าธรรมอันประเสริฐ ที่ฉุดแม้แต่ความคิดที่ดำมืดที่สุดให้สว่างไสวได้เช่นกัน และเมื่อเขาส่งเธอถึงฝั่งบุญแล้ว ปณิธานที่มั่นคงของเขาจะยังเหมือนเดิมหรือสั่นคลอนไปเพราะความรักที่ซ่อนเร้นอีกหรือไม่

 

ถ้าหากว่ารัตน์สิกาเป็นคนดีกว่านี้สิ่งที่เธอควรคิดคืออนุโมทนาไปกับกุศลอันยิ่งใหญ่ที่ชัชพลทำ แต่เธอยังเป็นพวกคนที่ไม่อาจหลุดพ้น แม้เธอจะตัดสายสัมพันธ์กับคำสาบานที่เป็นบ่วงร้อยรัดนั้นได้ แต่เธอกลับตัดบ่วงรักไม่ได้เลย แต่คนที่จะบอกว่าสิ่งที่เธอหวังจะสมหวังหรือไม่ก็คงมีเพียงแค่       ชัชพลเท่านั้น

 

ทั้งที่มันคือสิ่งที่ชัชพลตั้งมั่นแต่ทุกอย่างก็สั่นคลอนได้เพราะคำว่ารักที่ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ครั้งเขาก็ยังพ่ายแพ้ แต่สติที่มี ความถึงพร้อมจะทำให้ชัชพลเข้าใจได้ว่า แม้ปณิธานที่สูงสุดที่เขาเคยหวังไว้อาจจะไม่ได้เป็นไปได้ทั้งหมด หากเขาก็ยังได้อีกอย่างมาเติมเต็มคือความรักที่เขาพยายามวิ่งหนีมาตลอด จากผู้หญิงที่เคยทำให้เขาเจ็บปวดที่สุดและรักที่สุดอย่างรัตน์สิกา

 

คอมเม้นท์ส่วนตัวนะคะ

 

เป็นนิยายที่ชื่อน่าสนใจดีค่ะ  คือเห็นชื่อก็ทำให้นึกถึงคำว่าบุญ บาปอะไรพวกนี้อยู่แล้ว ลงมืออ่านแล้วก็รู้เลยว่ามาถูกทางกันแล้วค่ะ ต้องอาศัยความเชื่อในบางอย่างประกอบกับการอ่านด้วยจะทำให้เราอินกับเนื้อเรื่องมากขึ้น เพราะเริ่มมาจากตัวนางเอกที่ไม่รู้ว่าทำไมถึงได้ดวงตกขนาดนั้น จนจะทำอย่างไรดีละ ชาวพุทธอย่างเราก็ต้องเข้าวัดปฎิบัติธรรมจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด นางเอกก็เช่นกัน แต่การหันหน้าเข้าหาธรรมครั้งนี้ไม่ใช่แค่ทำให้เธอดีขึ้น แต่ก็ทำให้ว้าวุ่นใจกับคนที่เธอแทบไม่รู้จักแต่กลับดูจะรังเกียจเธอเหลือเกิน แต่เธอกลับไม่อาจมองข้ามความไม่ชอบของเขาไปได้แถมยังรู้สึกไม่ต้องการให้เขารู้สึกอยากถอยห่างจากเธออีก แต่จะมีประโยชน์อะไรที่จะไปคิดมากกับคนที่อาจจะเจอกันเพียงแค่ครั้งเดียว มันเป็นตะกอนในใจที่เธอทำให้มันหายไม่ได้ และคำว่าคนเราล้วนแต่มีสิ่งที่ถูกลิขิตไว้แล้ว ดังนั้นจึงไม่ใช่การพบกันครั้งสุดท้าย แต่การพบกันครั้งล่าสุดทำให้เขาตัดสินใจแล้วว่าถึงไม่อยากยุ่งก็คงต้องลงมายุ่งด้วยแล้ว เมื่อนางเอกกำลังตกอยู่ในอันตรายที่อาจคร่าชีวิตเธอได้ และไม่คิดเลยว่าสิ่งที่ทำร้ายเธอคือสิ่งที่บอกว่าหวังดีกับตัวเธออย่างที่สุด  สิ่งเดียวที่จะเอาชนะได้ก็คงเป็นธรรมะเท่านั้น

 

นิยายที่แฝงหลักธรรมคำสอนไว้ทั้งเล่มก็ว่าได้ค่ะ มันเป็นทั้งเรื่องการความผูกพัน เวรกรรม คำสัตย์สาบาน การยึดติดและอื่นๆ อีกมากมาย ต้องใช้ความเชื่อเป็นบรรทัดฐานกันสักนิดนะคะ  เพราะตัว ฟีน่ามีความไม่เชื่ออยู่ในระดับหนึ่งทำให้ต้องพยายามมองว่านี้คือนิยาย คือเรื่องเหนือธรรมชาติที่เกิดขึ้นได้จริง อย่าเอาความเชื่อส่วนตัวของเธอไปตัดสินว่ามีจริงหรือหลอก ซึ่งความเชื่อนั้นก็คือเรื่องร่างทรงค่ะ แต่เหนือกว่าคำว่าร่างทรงก็คือคำสอนของพระพุทธเจ้าค่ะ

 

เพราะเนื้อเรื่องพูดเกี่ยวกับเรื่องบ่วงกรรม การอโหสิกรรม และการปล่อยวางค่อนข้างมาก ดังนั้นใครอยากได้นิยายที่ค่อนข้างหวานฟีน่าขอบอกว่าอาจจะผิดหวังนะคะ จะไม่ค่อยมีฉากกุ๊กกิ๊กอะไรกันมาก อย่างน้อยๆ ตัวพระเอกเองนี้เขาตั้งปณิธานไว้แล้วว่าชาตินี้จะบวชไม่สึก จะตัดกรรมเวรที่สร้างเอาไว้กับใครต่อใครให้มากที่สุด โดยเฉพาะตัวนางเอก ที่ไม่ได้รู้เลยว่าใครเป็นเจ้ากรรมนายเวรอะไรกัน พระเอกนี้พยายามหนีนางเอกตลอด ถ้าไม่เพราะนางเอกเจอทุกข์ใหญ่นี้เข้า คงได้พบกันชาติสุดท้ายแล้วละคะ ซึ่งกว่าจะยอมรับกับตัวเองว่าไม่ได้ช่วยนางเอกแค่เพียงเพราะสงสารที่เธอกำลังถูกคุกคามจากเงามืดก็ต้องอาศัยเวลาไม่น้อย ยิ่งรู้ ยิ่งเห็นสิ่งเหนือธรรมชาติมากเท่าไร ก็ยิ่งอยากจะหลุดพ้นให้มากขึ้นเท่านั้น จนจะจบเรื่องก็ยังอุตส่าห์คิดว่าจะขอบวชไม่สึกจะดีไหม แต่ใจมันห่วงหาเขา หรือจะฝืนทำในสิ่งที่อยากทำ ถ้าไม่ถูกเตือนสติมา มีหวังเรื่องนี้เราอาจได้เห็นความรักที่ไม่สมหวังของนางเอกก็ได้นะคะ เพราะว่าพระเอก ไปเป็นพระจริงๆ ละงานนี้

 

จะว่าไปตัวนางเอกนี้น่าสงสารคือถ้าตัดว่าตัวเองไม่เชื่อเรื่องพวกนี้ออกไป ก็พอจะเคยได้ยินเรื่องแบบนี้มาไม่น้อย คนที่ต้องผูกพันกับบางสิ่งเพราะคำสัตย์สาบานที่บางทีมันก็ไม่ยุติธรรมเลย ตอนนั้นให้คำสาบาน แต่ชาตินี้ฉันไม่ได้รับรู้ด้วยสักหน่อย ทำไมต้องมานั่งทำในสิ่งที่ไม่ได้รับปากอะไรในตอนนี้เลยละ ถ้าฝืนสู้ไม่ไหวจริงๆ ก็ต้องยอมรับในสิ่งนั้นกันไป เพียงแค่ตัวนางเอกเขาไม่ยอมก็เลยถูกเล่นงานขนาดหนัก แค่นั้นก็ยังไม่พอ คนที่ผูกพันทางใจแบบแปลกๆ ก็จะหนีหน้าอีก เวรกรรมกันจริงๆ คนอยากได้เธอก็ไม่ปรารถนา ส่วนคนที่พึงใจก็อยากหนีให้ไกล โลกนี้หาความพอดีไม่เจอเลยจริงๆ

 

เมื่อสิ่งที่เล่าในเล่มนี้การแฝงหลักธรรมคำสอน ความฟินก็ลืมไปนะคะ บทหวานหาได้ยากมาก คือพอมองเห็นจากความเป็นห่วงเป็นใยของพระเอกในยามที่นางเอกหนักหนาจริงๆ และตอนที่ฝ่าฝันอุปสรรคใหญ่ด้วยกันในตอนท้ายๆ แต่มันก็ไม่ค่อยจะอิ่มใจในแง่นั้นมาก คือยังไม่ค่อยรู้และเข้าใจว่ารักกันเพราะอะไร คงมีแค่คำว่าสัญญาและพรหมลิขิตตั้งแต่อดีตชาติมาเป็นตัวเร่งให้ทุกอย่างมันไวขึ้นก็ว่าได้ เพียงแต่ฟีน่าไม่ค่อยรู้สึกว่ามันเต็มอิ่มมากนัก  เพราะส่วนใหญ่จะพูดแต่เรื่องเงาดำที่ตามจองล้างจองผลาญนางเอก

 

ในส่วนของการสอดแทรกคำสอนค่อนข้างดีค่ะ ไม่ยัดเยียดมากไป และทำให้เข้าใจว่าการหลุดพ้นสิ่งที่ต้องทำก่อนก็คืออย่ายึดสิ่งใดว่าเป็นของเรา เหมือนดั่งที่ท่านพุทธทาสได้สอนไว้ว่า ตัวกู ของกู ยิ่งมองว่าเป็นของเราแค่ไหน มันก็ปล่อยว่างอะไรไม่ได้เลย อยากค้นพบทางสงบ อยากได้บุญ ต้องทำด้วยจิตใจที่ผ่องแผ้วใสสะอาด อย่าให้ความอยากเปลี่ยนเป็นความดำมืดจนมันไม่ได้เป็นบุญแต่คือบาป รวมไปถึงการที่จะสืบทอดศาสนาย่อมต้องมีพุทธบริษัทเพื่อให้ศาสนาได้ดำเนินต่อไป

 

ก็ถือว่าอ่านได้จนจบนะคะ แต่ตอนจบนี้ออกแนวว่าจบได้แบบห้วนไปนิดหนึ่ง เราต้องไปลุ้นกันเอาเองว่าจะเป็นอย่างไร แต่นางเอกคงไม่กินแห้วหรอกเพราะตัวพระเอกได้ตัดสินใจแล้ว สิ่งที่ตามรังควานนางเอกก็ค้นพบทางสว่างแล้ว ก็รอเวลาที่เหมาะสมก็แล้วกัน แต่จะบอกว่าจริงๆ แล้วนิยายที่เขียนมาเพื่อทำให้คนได้เข้าใจหลักธรรมมากขึ้นไม่ใช่จะอ่านยากหรือว่าน่าเบื่อนะคะ ยังมีนิยายแนวนี้หลายเรื่องที่ฟินมาก หวานมากผสมกับทำให้เราเข้าใจคำสอนไปพร้อมกันด้วย อย่างเช่นดาราแดง วามเวหน หรือเรื่องสั้นอย่างแกร่งของคุณศรีสุรางค์นะคะ เพราะนักเขียนค่อนข้างถนัดกับแนวนี้ค่ะ เล่มนี้อาจจะยังขาดความหวานในเรื่องไปบ้างแต่ก็ถือว่าอ่านได้สนุกดีในระดับหนึ่งนะคะ อู้คำเมืองในเล่มก็ไม่ได้ยากมากจนอ่านไม่รู้เรื่อง เพราะมันถอดคำออกมาแล้วเข้าใจได้อยู่ค่ะ รวมๆ แล้วนิยายน่าพอใจอยู่ (ขาดแค่ความหวานในหมวดนิยายรัก) กับผลงานเล่มแรกของนักเขียนที่เพิ่งมาเขียนนิยายค่ะ

 

แก้ไขล่าสุด (วันพฤหัสบดีที่ ๒๓ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๙ เวลา ๑๑:๒๕ น.)