อ้อมฟ้า โอบดิน คีรี

อ้อมฟ้า โอบดิน คีรี

ชีวิตล้วนเต็มไปด้วยความสูญเสีย ไม่รู้กี่ครั้งแล้วที่โสนต้องเฝ้ามองคนที่รักจากไป จนเหมือนเธอไม่เหลือใครบนโลกใบนี้อีกแล้ว ชีวิตที่อยู่หรือตายก็อาจจะไม่ต่างกัน หากแต่นี่อาจเป็นสิ่งที่เธอควรทำให้กับพี่ชายที่เธอรัก การเดินทางไปสู่จุดสุดท้ายของชีวิตของเขา หากมันคือจุดเริ่มต้นใหม่ของเธอ บนดอยสูงที่แสนเหน็บหนาว

ถึงแม้จะอาเชจะได้ชื่อว่าเป็นคนไทย ทว่าทุกสายตาก็มองว่าเขาเป็นเพียง ชาวเขา ที่ไร้ตัวตนในสายตาของใครๆ แม้ว่าเขาจะรู้ตัวดีว่าเป็นอย่างไร แต่สิ่งหนึ่งที่เขาไม่อาจหยุดใจได้เลยก็คือความรักที่หยั่งรากลึกมานานแสนนาน เขาแอบรักผู้หญิงที่แม้ว่าเธอไม่ใช่ดอกฟ้าผู้สูงส่ง แต่เขานั้นเล่าเป็นใครกัน เมื่อรักไม่จำเป็นต้องครอบครอง เขาก็พร้อมจะอยู่ข้างๆ ผู้หญิงคนนี้เสมอไป ในแบบที่อาเชจะเป็นได้เท่านั้น

 

ความเจ็บปวดไม่อาจละทิ้งได้ในตอนนี้ แต่การได้ออกไปจากจุดนี้อาจทำให้ทุกอย่างดีขึ้นก็ได้ และอีกหนึ่งความลับที่เป็นเสมือนแสงไฟเล็กๆ ในวันคืนที่มืดมิดของโสนก็ปลุกให้เธอต้องลุกขึ้นมามีชีวิตอีกครั้ง ความลับของพี่ชายที่จากไป มันอาจเป็นสายสัมพันธ์ที่ซ่อนไว้ให้เธอได้ค้นหา  และบนยอดดอยที่หนาวเหน็บ ห่างไกลความเจริญใดๆ แต่มันกลับทำให้หัวใจของโสนอุ่นไอรักได้อีกครั้ง

 

ไม่ว่าสิ่งใดจะเกิดขึ้นในอนาคต อาเชพร้อมจะอยู่กับเธอตลอดไป  แต่เขากล้าพอด้วยหรือที่จะคาดหวังให้ได้มาครอบครอง หากไม่เพราะทุกอย่างที่เขาทำเพื่อเธอ รักที่มั่นคงเสมอมา คงไม่มีวันนี้ วันที่ในอ้อมกอดของเขาจะมีเธอตลอดไป

 

คอมเมนต์นะคะ

 

เป็นเรื่องที่เราอ่านคำโปรยแล้วชอบมาก รู้สึกว่าดึงดูดใจให้อยากอ่านเนื้อหาในเล่มว่าจะเป็นอย่างไร เมื่อเล่มนี้เข้าบ้านมาก็เลยไม่รอช้าที่จะหยิบมาอ่านค่ะ ประจวบเหมาะกับช่วงนี้เราตั้งใจว่าจะหยิบผลงานของนักเขียนหน้าใหม่ๆ มาแนะนำให้เสียด้วยค่ะ  เป็นงานของนักเขียนหน้าใหม่อย่างแท้จริง ถ้าไม่ได้มาจากนามปากกาอื่นนะคะ

 

และสิ่งที่ทำให้เราชะงักไปตั้งแต่เปิดนิยายอ่านก็คือ สถานที่ที่เกิดเรื่องราว ดอยผาหมี จ.เชียงราย นี้ประหนึ่งเป็นบันทึกความทรงจำไปในตัวว่า ช่วงนี้ ในปลายเดือนมิ.ย.จนถึงต้นเดือน ก.ค.ของปีนี้ ได้เกิดเรื่องราวที่ยิ่งใหญ่ขึ้น ณ ที่แห่งนี้ ไม่ใช่นิยายแต่คือความจริงที่ ทุกแรงใจและทุกความช่วยเหลือได้ส่งตรงมาบริเวณนี้  จากที่เราแทบไม่รู้จักคำว่าดอยผาหมี กลับกลายเป็นส่วนหนึ่งที่เราได้ยินเป็นประจำ และไหนจะเรื่องราวโศกนาฏกรรมที่เป็นจริงที่คล้ายคลึงกับเรื่องราวในช่วงไล่เลี่ยกันอีก ที่เหมือนชีวิตจริงของนางเอก ทำให้เรานิ่งอึ้งและมันเกิดความอินตั้งแต่แรกที่เปิดหนังสือได้

 

คนเราใครบ้างไม่เคยสูญเสียคนที่เรารัก แต่จะมีสักกี่คนที่เหมือนว่าเหลือตัวคนเดียวบนโลกใบนี้ แม้รอบกายจะมีเพื่อน หากแต่ครอบครัวคนสุดท้ายของเธอก็จากอย่างไม่มีวันกลับ และไม่มีปาฏิหาริย์ใดๆ ซึ่งตอนแรกเราก็แอบหวังนิดๆ ว่าอาจจะมีเซอร์ไพรส์ แต่สุดท้ายก็ไม่มี ทำให้เราเกิดความอึนตั้งแต่แรกอ่าน มันหน่วงๆ ในใจเหมือนที่นางเอกคงรู้สึกเช่นกัน อารมณ์เรียกว่ามาเต็มจริงๆ ค่ะ หลายตอนที่อ่านไปก็น้ำตาไหลตามไป หลายฉากที่ทำให้เรากลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ โดยเฉพาะฉากที่กล่าวถึง ในหลวงร.9  ที่เคยเสด็จมาที่นี้ ทรงนำอะไรมาสู่ที่ตรงนี้บ้าง เป็นความอิ่มใจบนความรู้สึกคิดถึงพระองค์ท่านที่ทำใจได้ลำบากจริงๆ  ตรงนี้อาจทำให้คนชะงักได้ว่า นิยายเศร้ามากเลยหรือ มันไม่เชิงค่ะ แต่มันมีอารมณ์ร่วมมากไปสักหน่อยในตอนต้นเรื่อง  หน่วงใจได้โล่เลยค่ะ ทิชชู่นี้กองข้างตัวกันเลย

 

หากถามว่าเล่มนี้น่าสนใจอย่างไร สำหรับคนที่ไม่ได้เป็นคอกาแฟแบบจริงจัง คือกินแค่ให้ตื่นทำงานหรือกินด้วยความเคยชินอย่างฟีน่า ได้รับรู้โลกของกาแฟมากขึ้นกว่าที่เคยรู้มาตลอดเสียอีก  จนรู้สึกว่าการบรรยายในเล่มทำให้เหมือนว่าเราอยู่ท่ามกลางร้านกาแฟดีๆ ร้านหนึ่ง ที่เปิดประตูเข้าไปนั่งแล้วกลิ่นกาแฟชั้นดีก็ลอยมาเตะจมูกทันที บางคนอาจจะบอกว่าตรงนี้เยอะไปหรือเปล่าในส่วนของการพูดถึงรายละเอียดนี้ แต่สำหรับตัวเองชอบนะคะ มันเปิดโลกทัศน์ที่เราไม่รู้จักให้มากขึ้นว่าไม่ใช่การปลูก การคั่ว แต่ยังมีขั้นตอนอะไรอีกมากมาย ผู้คนที่อยู่เบื้องหลังกาแฟหนึ่งแก้ว ต้องผ่านอะไรมากันบ้าง

 

รวมทั้งการนำเสนอมุมมองของการต่อสู้ของพระเอก ตัวเขาเองไม่ใช่พ่อเลี้ยงไร่กาแฟ ร่ำรวย แต่เป็นคนชนเผ่า ที่แม้จะมีสัญชาติไทยถูกต้อง แต่สายตาคนพื้นราบและคนอื่นๆ ก็มองว่าเขาเป็นแค่ชาวเขาคนหนึ่ง ต่ำต้อยกว่า ซ้ำยังถูกกดขี่เสียอีก ดังนั้นพระเอกจึงไม่ใช่สูตรสำเร็จแบบที่หล่อแล้วยังต้องรวยอีก หากได้อ่านจะเห็นสภาพเลยว่า ตอนที่นางเอกไปพักบ้านพระเอก ไม่มีไฟฟ้าใช้ ห้องน้ำก็ยังไม่ได้สะดวกสบายนัก ซึ่งตรงจุดนี้เป็นเพราะการเล่าย้อนกลับไปสิบปีก่อน ที่ต่างจากตอนนี้นะคะ  อ่านแล้วอย่าแปลกใจว่าทำไมดูทุรกันดารเสียเหลือเกิน นี้คือจุดเริ่มต้นของอะไรหลายๆ อย่าง กาแฟแห่งดอยผาหมี หนึ่งในแหล่งปลูกกาแฟที่ดีของประเทศไทยแห่งหนึ่ง  และเมื่อเป็นเช่นนั้น สิบปีก่อน การดิ้นรนเพื่อต่อสู้กับพ่อค้าคนกลาง ตลาดกาแฟที่มองว่า กาแฟในไทยคือของไม่มีคุณภาพ จะกดราคาอย่างไรก็ได้ จึงเป็นสิ่งที่พระเอกต้องนำสิ่งที่เขาปลูกไปให้รอด และเมื่อพระเอกไม่ใช่ยอดมนุษย์ เขาจึงต้องมีผู้ช่วยที่กลายมาเป็นตัวละครสำคัญๆ ในเรื่องอีกหลายคน

 

พระเอกไม่ใช่คนที่เก่งที่สุดและแก้ปัญหาได้ทุกอย่าง เขาคือผู้ชายธรรมดาๆ ที่ต้องอาศัยอย่างอื่นมาทำให้กาแฟของเขาไปได้ไกลระดับโลก และนั่นก็นำพาเราได้รู้จักศาสตร์ของกาแฟมากขึ้น เป็นจุดที่ทำให้เราได้เปิดหูเปิดตาเพิ่มขึ้นอีกนิด เป็นสิ่งที่ฟีน่าชอบนะคะ อาจจะเพราะส่วนหนึ่ง ฟีน่าชอบดูสารคดีด้วย เลยค่อนข้างชอบนิยายแนวกึ่งสารคดีไปในตัว แต่การเล่าเรื่องผ่านมุมมองของการทำงานทำได้ดีนะคะ ไม่โดดออกมาจนอ่านแล้วไม่รู้สึกว่านี้คือนิยายจนกลายเป็นคู่มือการผลิตกาแฟน ดังนั้นการทำงานของมือใหม่เล่มนี้จัดว่าดีนะคะ

 

ความรักของพระเอกกับนางเอก อาจไม่หวือหวามาก เป็นโทนที่ค่อยๆ เป็น ค่อยๆไป แม้ว่าพระเอกจะมีความรักที่ซ่อนเร้นไว้เนิ่นนานก็ตามที แต่เป็นรักเขาข้างเดียวที่อีกฝ่ายไม่เคยรู้เลย และคงไม่มีวันรู้ถ้าไม่ได้เดินมาถึงจุดนี้ได้ เป็นความรักแบบความผูกพัน การเกื้อกูลและเป็นที่พึ่งพิงใจในยามที่ไม่มีใครอีกแล้ว อาจจะดูราบเรียบไปบ้าง แต่โทนนิยายมาทางนี้แต่แรกเลยเดาทางออกว่า ไม่ต้องหวังในความโรมานซ์แบบจัดเต็ม

 

ความพีคและความลุ้นจะไปอยู่ในสถานการณ์แวดล้อมแทน ทั้งเรื่องกาแฟของพระเอกและความลับที่พี่ชายนางเอกทิ้งไว้ว่ามีอะไรซ่อนอยู่ เป็นสิ่งที่เราลุ้นยิ่งกว่าความรักของพระเอกกับนางเอกเสียอีกค่ะว่าสุดท้ายเป็นแบบไหน ซึ่งมันเฉลยมาได้หน่วงใจเบาๆ ในหลายประเด็น แต่การต่อสู้ของพระเอกที่ทำได้ยอดเยี่ยมส่งผลมาสู่อะไรหลายๆ อย่างซึ่งอย่างที่บอกว่าถ้านับว่านิยายเล่มนี้เขียนเรื่องราวย้อนไปสัก 10 ปีก่อน มาถึงตอนนี้มันคงออกดอกออกผลได้ดีงามมาก กาแฟของอาเชคงโลดแล่นไปไกลในร้านกาแฟแบรนด์ดังหลายๆ แบรนด์แล้ว

 

ในความไม่ได้ร้อนแรงของเนื้อเรื่อง มันคือนิยายที่บอกเล่าโทนเรื่องแบบที่ให้ความสำคัญของคำว่าเพื่อน ครอบครัวมากกว่าสิ่งอื่นใด นางเอกที่บอกตัวเองว่าเธอเสียครอบครัวไปจนหมด ความคิดไม่อยากมีชีวิตต่อไปผุดขึ้นในหัว หากแต่ในยามที่คิดว่าไม่มีใคร เธอกลับได้ครอบครัวในรูปแบบอื่นคืนมา และดูเหมือนจะมากกว่าที่เธอเสียไปเสียอีก และมันก็ทำให้เธอไม่อ้างว้างเดียวดายอีกต่อไป

 

ซึ่งความรู้สึกของการอ่านจบ หนังสือเล่มนี้ นักเขียนอย่างคีรีมีความน่าสนใจค่ะ อย่างที่บอกว่าเรื่องราวอาจไม่ได้ฮอตฉ่าในรูปแบบนั้น คล้ายจะเนิบๆ คล้ายเป็นค่อยไป แต่มันมีอะไรที่แฝงไว้ในการเล่าเรื่องที่ทำเราอยากรู้ว่าต่อไปจะเป็นอย่างไรนะ จะจัดการกับสิ่งที่เกิดในชีวิตอย่างไร ชีวิตของคนอื่นจะดีหรือร้าย การจับคู่ของคนอื่นในเล่มก็น่าสนใจทีเดียวคือ และน่าจะมีเล่มต่อนะคะ เพราะครอบครัวใหญ่ที่นางเอกได้มาน่าสนใจหลายคนอยู่ สมหวังไปอีกหนึ่ง ยังเหลือให้ลุ้นอีกหลายคนอยู่  สำหรับใครที่อยากหางานของนักเขียนหน้าใหม่ๆ อ่านและอยากได้นิยายที่ไม่ต้องร้อนแรงมาก ให้ความรู้สึกอบอุ่นใจ ก็น่าลองเล่มนี้นะคะ แต่ถ้าอยากอินมาก ๆ แนะนำให้หยิบเล่มนี้ไปอ่านระหว่างจิบกาแฟถ้วยโปรดในร้านโปรดแล้วคุณจะเข้าใจในศาสตร์ของเมล็ดกาแฟเหมือนที่เล่มนี้บรรจงเขียนออกมานะคะ

Leave a Comment